7 การแพทย์แห่งอนาคต ที่เอามาใช้ในปัจจุบัน โดย
น.พ.กฤษดา ศิรามพุช
ประเทศญี่ปุ่นกับตุรกีกำลังมีฝันยิ่งใหญ่ร่วมกันครับซึ่งถ้าสำเร็จจะเป็นประโยชน์แก่ชาวเอเชียทั้งทวีปด้วย โดยฝันที่ว่าก็คือการสร้างทางรถไฟเชื่อมกันระหว่างเอเชียกับยุโรปครับ
สองแผ่นดินทองก็จะคล้องเป็นแผ่นดินเดียวกันแนบแน่นยิ่งขึ้น
ตอนนี้ 2 ประเทศจับมือกันที่จะสานฝันนี้ครับ ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นไปได้แน่เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ไกลเกินเอื้อม
โดยเฉพาะสำหรับประเทศญี่ปุ่น
ผู้บริหารประเทศของทั้งสองชาติเห็นว่าแต่ละชาติก็เป็นดั่งปีกอันยิ่งใหญ่ที่ขนาบข้างทวีปเอเชีย ทางตุรกีก็มีแผ่นดินเชื่อมกับยุโรปทั้งทวีป ส่วนญี่ปุ่นก็เป็นดินแดนเก่าแก่แต่รุ่มรวยความไฮเทคชั้นนำของโลก
ฝันนี้จึงน่าติดตามดูกันครับ เราจะได้เห็นความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของคนเอเชียด้วยกันในเวลาอันใกล้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นเพราะแต่ละชาติต่างรู้สึกศักยภาพของตัวเอง รู้ดีว่าตัวเองสามารถที่จะพากเพียรอุตสาหะจนไปถึงจุดนั้นได้
ไม่ท้อถอยแล้วเอาแต่ฝัน
ไฮเทคอนาคตที่กำลังนำมาใช้ในปัจจุบัน
ความฝันที่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ความฝันทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นมาเป็นจริงได้ไม่ว่าจะการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ,การผ่าตัดด้วยหุ่นยนตร์ไปจนกระทั่งทำมนุษย์ให้เป็นไซบอร์ก(ครึ่งคนครึ่งหุ่นยนตร์)โดยมีส่วนของอวัยวะที่ทำงานได้เองดั่งหุ่นยนตร์เช่นแขนหุ่นในผู้ที่สูญเสียท่อนแขนเป็นต้น
สิ่งเหล่านี้ถ้าเอาไปเล่าให้กับคนสมัยก่อนฟังก็คงไม่แคล้วถูกมองอย่างงงงวยว่าเป็นนักฝันกลางวันแต่สิ่งสำคัญของมนุษย์ผู้ประสบความสำเร็จอยู่ตรงนี้ละครับ
คือความ “ไม่ท้อ” ที่มีสูงเหนือคนสามัญทั่วไป
มีอีกมากมายหลายเรื่องที่เราเองคงยังไม่รู้แต่ได้ดูความสำเร็จอันเป็นผลลัพธ์แล้วเท่านั้น คนคิดที่อยู่เบื้องหลังต้องฝ่าฟันเพื่อ “ฝัน” อย่างมหาศาล และหลายท่านไม่มีโอกาสได้เห็นความสำเร็จเพราะกว่าฝันนั้นจะเป็นจริงก็คือคนรุ่นต่อมาแล้วเท่านั้น
เราเป็นคนรุ่น “มีโชค” ครับ และเป็นโชคที่ดีแสนดีด้วยเพราะจะได้มีโอกาสเห็นความสำเร็จใหม่ๆทางการแพทย์ที่สมัยก่อนเป็นเพียงฝันได้เกิดขึ้นมาเพราะโลกยุคนี้มีเทคโนโลยีทางลัดที่ทำให้นักวิจัยไม่ต้องลองผิดลองถูกกันสาหัสเหมือนยุคก่อน
ซึ่งความสำเร็จสำคัญในยุคต่อไปจะมีดังต่อไปนี้ครับ
1) ปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนในคนไข้เบาหวาน คนไข้เบาหวานมีเฮได้ครับ ผมได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยเมื่อเร็วๆนี้ท่านว่าจะมีนวัตกรรมการรักษาเบาหวานด้วยการปลูกถ่ายเซลล์สร้างอินสุลินให้คนไข้ นอกจากนั้นก็ยังมีนวัตกรรมตับอ่อนเทียมที่กำลังศึกษากันอยู่ ซึ่งต่อไปก็น่าจะเป็นความจริงได้ครับ
2) การส่องกล้องผ่าตัดในอวัยวะที่หลากหลายขึ้น ปัจจุบันเทคโนโลยีส่องกล้องทันสมัยขึ้นมากด้วยระบบเส้นใยนำแสงที่ไฮเทคขึ้น ขนาดกล้องที่เป็นแท่งเล็กลงจึงทำให้การส่องกล้องสามารถซอกซอนเข้าไปในที่ที่เล็กแคบได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดเข้าไป ทำให้คนไข้ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลนานและแผลผ่าตัดหายเร็วขึ้น ตัวอย่างการผ่าตัดด้วยการส่องกล้องเช่น ผ่าตัดกระดูกต้นคอ,ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ทางรักแร้,ผ่าตัดมดลูก หรือแม้แต่ผ่าตัดรักษาโรคอ้วนครับ
3) การฉายแสงรักษามะเร็งที่ตรงเฉพาะจุด เมื่อก่อนการฉายแสงมีความเสี่ยงที่เลี่ยงไม่ได้ต่ออวัยวะรอบข้างครับ เปรียบเหมือนกับการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงตรงจุดยุทธศาสตร์ที่เลี่ยงการทำลายล้างหมู่บ้านข้างๆไปไม่ได้ แต่ในอนาคตการฉายแสงจะตรงจุดมากขึ้นโดยเฉพาะในอวัยวะที่บอบบางอย่าง “ปอด” ก็จะไม่ได้รับผลกระทบมากเหมือนการฉายแสงรุ่นก่อน
4) การสแกนคอมพิวเตอร์ที่เห็นภาพชัดเหมือนส่องกล้อง ด้วยฝีมือคอมพิวเตอร์ระดับเทพที่ทำให้ดู “เสมือนจริง” ทั้งสมอง,หลอดเลือด,หัวใจและอวัยวะอื่นๆที่ดูราวกับมีมือวิเศษมาชำแหละให้เห็นถึงข้างในโดยที่คนไข้ไม่เจ็บปวดแต่อย่างใดเลย เชื่อว่าต่อไปจะมีส่วนช่วยในการวินิจฉัยได้อย่างน่าทึ่งครับ
5) ยาพุ่งเป้า ยารักษาโรคในยุคต่อไปจะทำให้ “เข้าล็อค” เหมือนกุญแจที่ตรงเข้าสวมกับแม่กุญแจได้ทันที ทำให้มีประสิทธิภาพสูงในการบำบัดโรค รักษามะเร็งตรงจุดที่มีปัญหา และที่สำคัญคือไม่ไปรบกวนอวัยวะข้างเคียงให้ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย
6) นาโนเทคโนโลยีดูดซึมยา อาทิ วิตามินนาโน,ครีมนาโนและเครื่องสำอางค์นาโน ที่จะใช้ประโยชน์จากความเล็กจิ๋วของอนุภาคพิเศษเพื่อ “ดึง” ยาเข้าไปให้ดูดซึมได้ดียิ่งกว่ายาแบบเดิมๆ โดยอนุภาคนาโนจะทำให้เข้าไปอยู่ในน้ำก็ได้หรือไขมันก็ได้ เรียกว่าพาขึ้นเขาลงห้วยสะเทินน้ำสะเทินบกได้หมดทุกสภาพการณ์
7) เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ ศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบันที่ให้คนไข้มีส่วนร่วมในการรักษา เน้นรักษาทั้งร่างกายไม่แยกอวัยวะ โดยเน้นการใช้ยาอย่างมีเหตุผลและให้คนรักษาโรคง่ายๆด้วยตัวเองเบื้องต้นก่อนด้วยหลักที่ครอบคลุมทั้งกาย,ใจและจิตวิญญาณอย่างเป็นระบบมีการศึกษาวิจัยรองรับ(Evidence based)ซึ่งในปัจจุบันมีการเรียนการสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐ
สุดท้ายนี้ขอย้ำกับท่านที่รักอีกทีนะครับว่าไฮเทคทั้งหลายเหล่านี้ที่ว่ามาอยู่ในขั้นที่ “เกินฝัน” บนแผ่นกระดาษแล้วนะครับ มีงานวิจัยที่รองรับอย่างแน่นหนา กำลังที่จะออกมาเป็นความจริงให้เราสัมผัสได้ บางอย่างเหลือแค่ตบแต่งขั้นสุดท้ายให้เหมาะกับการใช้งานจริงที่ไม่ติดกับทฤษฏี
ที่สำคัญคืองานที่เป็นดั่งฝันพวกนี้ไม่ได้เกิดจากมันสมองของคนคนเดียวครับแต่เป็นกลุ่มเพื่อนมนุษย์ที่มีความฝันร่วมกันและพร้อมจะฝ่าฟันไปด้วยกันอย่างไม่ย่อท้อ
ขอแค่พวกเราไม่ทอดทิ้งกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น