วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2558

คิดค้นเพื่อชีวิต พลาสติกเพื่อวงการแพทย์
เอสซีจี เคมิคอลส์ ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) มาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งหวังให้ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งการสร้างสังคมและธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืนนั้น บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นตัวขับเคลื่อนที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมต่างๆ ทั้งสินค้าและบริการ

          โดยหนึ่งในนวัตกรรมที่เอสซีจี เคมิคอลส์
ทุ่มเทพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง คือ นวัตกรรมพลาสติก
เพื่อวงการแพทย์ (Medical Plastics) ซึ่งก่อ
ประโยชน์วงกว้างกับสังคม ช่วยให้คุณภาพชีวิตของ
ผู้คนดีขึ้นเข้าถึงการรักษาได้ทั่วถึงและสะดวกยิ่งขึ้น
เพราะเครื่องมือแพทย์ที่ทำจากพลาสตกิ มีราคา
ถูกลงเมื่อเทียบกบั วัสดุอื่นๆและยังทำให้ขนส่ง
ได้สะดวกไม่แตกหักเสียหายระหว่างการขนส่ง
จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร
เช่น ขวดน้ำเกลือแบบแขวน, ถุงเลือด และ
หลอดฉีดยานอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบาย
ให้กับผู้ป่วยและผู้ใช้งาน เช่น ชุดถุงฟอกไต
สำหรับผู้ป่วยโรคไต ซึ่งในอนาคตคนไข้
สามารถทำได้ที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทางไป
โรงพยาบาลนอกจากนวัตกรรมพลาสติกจะช่วยให้
คุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมดีขึ้นแล้ว ในภาคเศรษฐกิจก็ได้รับประโยชน์ด้วยเช่นกัน
เพราะช่วยให้ประเทศไทยลดการพึ่งพาการนำเข้า
เม็ดพลาสติกและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากต่างประเทศได้
  
โดย คุณยุทธนา เจียมตระการ กรรมการผู้จัดการบริษัทเอสซีจี เพอร์ฟอร์มานซ์ เคมิคอลส์ จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ได้ขยายความเพิ่มเติมในส่วนนี้"นโยบายของรัฐบาลอยากให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub ซึ่งเรามีโรงพยาบาลที่ดี มีแพทย์ที่เก่ง มีพยาบาลที่มีจิตใจให้บริการ สิ่งที่ขาดคืออุปกรณ์ทางการแพทย์และยารักษาโรค ในส่วนที่เอสซีจี เคมิคอลส์จะเข้าไปมีบทบาทแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ คือ เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อให้เกิดวัสดุอุปกรณ์ทางด้านการแพทย์ขึ้นมาในประเทศหากสามารถลดต้นทุนทางด้านอุปกรณ์ได้ ด้วยงบประมาณเท่าเดิมจะทำให้เข้าถึงคนในวงกว้างได้มากขึ้น ทำให้สังคมไทยดีขึ้นในระยะยาว"  หลายคนอาจสงสัยว่าพลาสติกที่นำมาใช้ในการแพทย์ต่างจากพลาสติกทั่วไปหรือไม่ รวมถึงอาจไม่แน่ใจว่าพลาสติกจะสามารถทดแทนและมีคุณภาพด้านความปลอดภัยเทียบเท่าวัสดุทางการแพทย์อื่นๆ ได้อย่างไรคุณยุทธนา ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ดังนี้ ความแตกต่างของพลาสติกสำหรับวงการแพทย์กับพลาสติกประเภทอื่นแบ่งออกเป็น 3 ด้านคือ ด้านผลิตภัณฑ์ (Product) จุดที่แตกต่างจากพลาสติกประเภทอื่นก็คือ ทั้งกระบวนการผลิตต้องสะอาด ปลอดเชื้อ เพราะงานด้านการแพทย์เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตคน การออกแบบสูตรการผลิตจึงมีความพิเศษอย่างมาก เพราะต้องสามารถผ่านการฆ่าเชื้อ (Sterilization)ได้หลายรูปแบบ ได้แก่ การฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำความดันสูง (ต้ม) การฆ่าเชื้อด้วยสารเคมี ได้แก่ ก๊าซเอททิลีน ออกไซด์ และการฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมม่าซึ่งเม็ดพลาสติกของเอสซีจี เคมิคอลส์ สามารถผ่านการฆ่าเชื้อในระดับสูงสุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ เม็ดพลาสติกชนิดพิเศษนี้ ยังต้องสามารถนำไปขึ้นรูปและผลิตเป็นเครื่องมือแพทย์ได้จริง

 ด้านเทคโนโลยี (Technology) ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technology) ซึ่งเอสซีจี เคมิคอลส์
ได้ทุ่มเทเรื่องการวิจัยและพัฒนาสำหรับพลาสติกเพื่อการแพทย์เป็นอย่างมาก และด้านการควบคุม
คุณภาพในการบริหารจัดการตลอดกระบวนการผลิต ต้องผ่านมาตรฐานคุณภาพที่เป็นขั้นกว่าของ 
GMP (Good Manufacturing Practices) ได้แก่ ISO 13485 ที่มีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพอย่าง
เข้นข้นในทุกขั้นตอน เพื่อดูแลเรื่องการปนเปื้อน ซึ่งเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรายแรก
และรายเดียวในเอเชียที่ใช้กระบวนการผลิต ISO 13485 เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของ
ผู้ใช้งานหรือคนไข้นั่นเองนอกจากนวัตกรรมพลาสติกเพื่อวงการแพทย์ซึ่งออกสู่ตลาดจริงแล้ว
เอสซีจี เคมิคอลส์ ก้าวไปอีกขึ้นด้วยการพัฒนานวัตกรรมทางด้านบริการ (Innovative Service) 
โดยก่อตั้งหน่วยงาน Design Catalyst by SCG Chemicals เพื่อให้บริการด้านการออกแบบและ
เลือกใช้วัสดุพลาสติกให้เหมาะสมกับงานแต่ละประเภท ถือเป็นหนึ่งในบริการที่แตกต่างจาก
ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์รายอื่นๆ และถือเป็นผู้ผลิตรายแรกในอาเซียนที่ให้บริการทาง
ด้านนี้อย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น เครื่องมือผ่าตัดโรคพังผืดรัดเส้นประสาทข้อมือ (MiniSURE Kit) 
ซึ่งทีม Design Catalyst สามารถตอบสนองความต้องการของนวัตกรและบริษัทจัดจำหน่าย
เครื่องมือทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพจนสามารถเปลี่ยนวัสดุของเครื่องมือผ่า
ตัดชิ้นนี้จากสแตนเลสเป็นพลาสติกจนประสบความสำเร็จ ซึ่งนอกจากจะสามารถลดต้นทุนการผลิต
และลดค่าใช้จ่ายการผ่าตัดแต่ละครั้งแล้ว ยังช่วยลดขนาดของบาดแผล และลดเวลาการผ่าตัดลง
จากเดิมประมาณ 1 ชั่วโมง เหลือเพียงแค่ 8 นาทีเท่านัน้ ปัจจุบันโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศนำไป
ใชง้ านจริงในห้องผ่าตัด และเตรียมวางจำหน่ายในต่างประเทศเร็วๆ นี้ ถือเป็นสินค้านวัตกรรมทาง
การแพทย์ของไทยชิ้นแรกที่ก้าวสู่สากล และได้รับรางวัลระดับโลก จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย
  MiniSURE Kit ผลิตจากเม็ด        พลาสติก PP (Polypropylene) ที่    สามารถผ่านการฆ่าเชื้อโดยฉายรัง   สีแกมม่า (Gamma) และอีลาสโต  เมอร์ (Elastomers) ซึ่งการนำ  พลาสติกมาทดแทนสแตนเลสถือ  เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากวัสดุทั้งสองมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ทีมออกแบบต้องใช้จินตนาการผสานกับความรู้ความเข้าใจในเรื่องการใช้งานของอุปกรณ์ชิ้นนี้ ต้องศึกษาเรื่องสรีระและการทำงานของแพทย์เพื่อให้ฟังก์ชั่นต่างๆ ของเครื่องมือผ่าตัดชิ้นนี้อยู่ครบถ้วน นอกเหนือจากงานด้านออกแบบแล้ว ส่วนที่สำคัญอย่างมาก คือ การเลือกสรรวัสดุที่เหมาะสม (Materials Selection) ซึ่งสองส่วนงานนี้ คือ การออกแบบ
และเทคนิคการเลือกใช้วัสดุต้องทำงานร่วมกัน ซึ่งเอสซีจี เคมิคอลส์มีทั้งนักออกแบบและวิศวกรด้านเทคนิคเพื่อร่วมดูแลงานของลูกค้าออกมาสมบูรณ์ที่สุด

นี่คือความท้าทายของเอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ได้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านสินค้าและบริการเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ถือเป็นครั้งแรกในอาเซียนที่ผู้ผลิตพลาสติกและเคมีภัณฑ์ได้นำร่องอุตสาหกรรมพลาสติกสู่ความเป็น Creative Plastic นี่จึงเป็น
ก้าวสำคัญที่เอสซีจี เคมิคอลส์มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนต่อไ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น